วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ไม่ง้อของแพง! รวมมิตร 9 ร้านอาหารราคาถูกทั่วไทย สะใจ อิ่มเพลินพุง!



เห็นข่าวร้านกับข้าวขายแกงถุงละ 500 บาท แล้วสะท้อนใจ นี่บ้านเมืองเราตอนนี้ข้าวยากหมากแพงถึงขั้นนั้นแล้วเหรอ? ในขณะที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่ของแพง แต่เดี๋ยวก่อน...ในซอกหลืบมุมเล็กๆ ของเมืองไทยยังมีร้านอาหารราคาถูกซ่อนอยู่ ซึ่งถูกมากจริงๆ ถูกจนไม่น่าเชื่อว่าจะได้กำไร

จากกระแสค่าครองชีพ รวมถึงค่าอาหาร (ข้าวแกง) ที่ปรับราคาแพงขึ้นทุกวัน ทำให้มนุษย์เงินเดือนและคนหาเช้ากินค่ำ ต่างบ่นอุบไปตามๆ กัน แต่เชื่อหรือไม่ว่า มีพ่อค้าแม่ค้าบางคนเขาคิดสวนกระแส ทำข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว และอาหารตามสั่งราคาถูกออกมาขาย เพื่อช่วยผ่อนภาระค่าครองชีพให้แก่คนไทยด้วยกัน

วันนี้เรา จะพาไปดูร้านอาหารเหล่านี้ที่มีดีกรีเรื่องความอร่อย สะอาด ที่สำคัญราคาถูกแสนถูกมาให้เลือกอร่อยกัน ไปอุดหนุนของดีราคาสบายกระเป๋า ประชดยุคข้าวยากหมากแพงซะหน่อย ส่วนจะมีที่ไหนบ้าง ตามมาชม 9 ร้านอาหารราคาถูกทั่วไทยกันเลย

1. ร้านสู้แค่หมด กรุงเทพฯ

มีไข่ดาวจานละ 20 บาท


 ขอเริ่มจากใกล้ๆ ในกรุงเทพฯ กันก่อน จะพาไปที่ร้าน สู้แค่หมด ตั้งอยู่ที่ หมู่ 2 แขวงหนองจอก เขตคลอง 10มีเจ้าของร้านคือ ลาตีฟะห์ หรือ ฟะห์ แต่ลูกค้าจะเรียกกันติดปากว่า 'มะ' เธอเป็นแม่ค้าชาวอิสลามที่ตั้งใจทำมาหากินอย่างสุจริตและมีหลักคำสอนนำใจคือ 'ความสุขเกิดจากการเป็นผู้ให้' ทำให้เธอเปิดร้านอาหารราคาถูก ขายแค่จานละ 10 บาท แห่งนี้ขึ้นมา



เมื่อก่อนเธอทำกิจการค้าขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องเรือน แต่เมื่อยุคฟองสบู่แตกปี 2540 จึงทำให้ได้รับผลกระทบ มีหนี้สินจำนวนมาก เธอจึงตัดสินใจมาเปิดร้านอาหารแห่งนี้ในชื่อ 'สู้แค่หมด' ก็คือ หมดหนี้สินนั่นเอง แต่ก็อยากขายในราคาถูกเพราะถือว่าเป็นการให้ คนขายพอมีรายได้ คนกินก็ได้อิ่มในราคาที่ยุติธรรม โดยขายมานานสิบกว่าปี

มะบอกว่า เธอมีความสุขกับการขายอาหารถูกแบบนี้ แม้ว่ารายได้จะไม่มากเหมือนในอดีต แต่มีความสุขที่ได้เดินตามแนวทางของศาสนาอิสลาม ในราคาเท่านี้ และรสชาติแบบนี้ ถ้าลูกค้าพอใจเขาก็จะกลับมากินอีก แม้ว่าการขายถูกๆ จะกำไรน้อย แต่ก็ทำให้ขายได้มากและมีลูกค้าแวะเวียนมาตลอด

อาหาร 10 บาท หน้าตาดีมาก

ส่วนเมนูเด็ดของร้าน ได้แก่ ผัดกะเพรา ไก่กระเทียม ผัดซีอิ๊ว ราดหน้า ก๋วยเตี๋ยว ไก่ เป็ด เนื้อ และโรตีมะตะบะ แต่ถ้าเพิ่มไข่ดาว หรือสั่งพิเศษ จะขายจานละ 20 บาท แต่ละวันขายได้ไม่ต่ำกว่า 100 จาน นอกจากนี้ เธอมีสวนไม้ผลอยู่หลายชนิด เช่น ชมพู่ มะม่วง กล้วย มะพร้าว ลูกค้าก็สามารถทานได้ฟรีๆ ด้วย ใจดีจริงๆ ใครสนใจอยากลิ้มลองอาหารราคาน่าคบแบบนี้ ก็ไปอุดหนุนเธอได้ที่ย่านหนองจอก หรือสอบถามก่อนก็ได้ โทร. 0 2988 6992



2. ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาลุงอู๊ด จ.นนทบุรี

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อแสนอร่อย 20 บาท


ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ย่านวัดแสงศิริธรรม ต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นบ้านไม้ติดริมน้ำที่ปรับปรุงเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยว มีที่นั่งห้อยขาทานก๋วยเตี๋ยวได้อย่างชิลชิล ที่สำคัญ เป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่ราคาถูกแสนถูก เพียงชามละ 20 บาทเท่านั้น

ลุงอู๊ด หรือ ทองเจือ หวังอยู่ เจ้าของร้านบอกว่า ขายก๋วยเตี๋ยวมานานเกือบ 40 ปีแล้ว เริ่มขายมาตั้งแต่ชามละ 5 บาทในสมัยก่อน จนตอนนี้ก็มาอยู่ที่ 20 บาทเท่านั้น ทั้งๆ ที่ก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านอื่นๆ ตอนนี้ขายกันอยู่ที่ชามละ 45-50 บาทไปแล้ว แต่ร้านลุงอู๊ดก็ขายราคานี้ไม่เปลี่ยน ร้านนี้เปิดให้บริการตั้งแต่แปดโมงครึ่งจนถึงช่วงเย็นในวันธรรมดา ส่วนวันหยุดจะเริ่มขายสายหน่อยตอนเก้าโมงเช้า

ลุงอู๊ด อายุกว่า 70 ปีแล้วแต่ก็ยังลุกมาปรุงน้ำก๋วยเตี๋ยวเองทุกวัน


กลุ่มลูกค้าของร้านลุงอู๊ดมีมากมายทุกระดับ ตั้งแต่ พระสงฆ์ คนทั่วไป เด็กนักเรียน และกลุ่มนักปั่นจักรยานที่จะปั่นมากินกันแต่เช้า รวมถึงมีลูกค้ากลุ่มอิสลามด้วย แต่ต้องไม่ใส่กากหมูกระเทียมเจียว ส่วนลูกค้าทั่วไปถ้าอยากกินกากหมูเพียวๆ ที่เจียวเองหอมใหม่ทุกวัน ก็สามารถสั่งก๋วยเตี๋ยวกากหมูได้ เป็นเมนูพิเศษที่รับรองว่าร้านอื่นไม่มีขาย

ไม่ใช่แค่ราคาถูกได้ใจอย่างเดียว แต่ความอร่อยก็ชนะเลิศ ทำให้แต่ละวันมีลูกค้าเดินทางมากินก๋วยเตี๋ยวลุงอู๊ดอยู่ไม่ขาดสาย จนบางครั้งลุงต้องบอกลูกค้าให้ทานช้าๆ เพราะทำให้ไม่ทัน ของดีราคาถูกแบบนี้ขอให้อยู่คู่คนไทยไปนานๆ ใครผ่านไปแถวนั้นอย่าลืมไปอุดหนุนลุงอู๊ด-ป้าสวงนะจ๊ะ

3. ร้านเจ๊พรคนสวย (สาวแต่งซิ่ง) จ.ระยอง

แม่ค้าสุดแซ่บ แถมอาหารยังราคาถูกได้ใจลูกค้า


ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง เจ้าของร้านชื่อว่า สมพร ทองรัศมี หรือเจ๊พร เธอทำอาหารราคาถูกขายมากว่า 13 ปีแล้ว ทำเองคนเดียว ทั้งอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ ราคาถูก รสชาติอร่อยจนเลื่องลือไปทั่ว

สำหรับเมนูเด็ดๆ ของร้านก็มีตั้งแต่ ก๋วยเตี๋ยวไก่-หมู ชามละ 20 บาท ข้าวผัด 20 บาท ข้าวผัดกะเพรา 25-30 บาท ชามใหญ่กินอิ่ม ลูกค้าที่มากินซ้ำๆ ก็เพราะว่าติดใจในรสชาติและราคาไม่แพง เจ๊พรบอกว่าร้านนี้เธอทำด้วยใจรักจริงๆ ถึงแม้จะได้กำไรน้อยมาก แต่ก็ยังจะขายต่อไป ยิ่งถ้าลูกค้าเป็นคนสูงอายุ เจ๊พรจะให้ซื้อ 1 ถุง แถมอีก 1 ถุงเสมอ วันหยุดก็จะไปทำบุญ เปิดร้านส้มตำเป็นโรงทานช่วยวัดอีกด้วย


อิ่ม อร่อย ไม่แพง ต้องร้านนี้


นอกจากเรื่องอาหารที่อร่อย สดใหม่ ราคาถูกแล้ว จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่ก็คือแม่ค้าแต่งซิ่ง เจ้าของร้านคนสวยจะแต่งตัวแต่งหน้าจนน่ารักเซ็กซี่แบบนี้ทุกวัน จุดเด่นอยู่ที่ชุดกระโปรงสั้นสีสดใส และรองเท้าบูต ซึ่งเจ้าตัวบอกว่ามีสะสมอยู่ถึง 20 คู่ ลูกค้าส่วนหนึ่งที่มาร้านนี้ก็เพราะว่าอยากมาชมแม่ค้าคนสวยนี่เอง

ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ แม่ค้าคนนี้ไม่ได้เปิดร้านอาหารอย่างเดียวนะ แต่เธอยังทำสวนมังคุดอีก 4 ไร่ และขับรถรับส่งนักเรียนในตัวเมืองระยองอีกด้วย ทั้งสวยทั้งขยันแบบนี้ แถมยังขายอาหารไม่แพง น่ารักจริงๆ ใครผ่านไปแถวนั้นก็อย่าลืมตามไปอุดหนุนร้านเจ๊พรคนสวยด้วยนะ

4. ร้าน ลุงช้าง-ป้ารมณ์ จ.นครศรีธรรมราช

ร้านลุงช้าง อาหารอร่อย ราคาสบายกระเป๋า

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ ริมถนนสายวัดโพธิ์เสด็จ-วัดทุ่งแย้ หมู่ 6 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมืองนครฯ จ.นครศรีธรรมราช เจ้าของร้านเป็นสองสามีภรรยาที่ชื่อ สิทธิชัย ชลสิทธิ์ หรือ 'ลุงช้าง' และ อารมณ์ ชลสิทธิ์ หรือ 'ป้ารมณ์' ทั้งสองคนขายอาหารตามสั่งทุกอย่างในราคาแค่ 10 บาท มานานกว่า 10 ปีแล้ว

จุดเด่นของร้านที่เท่มากๆ คือ นอกจากราคาอาหารที่ถูกแล้ว เห็นเป็นร้านริมทางแบบนี้แต่มีบริการฟรี Wi-Fi ด้วยนะ (ร้านข้าว 45 บาทหงายเงิบ) ทันสมัยกว่าร้านที่ขายแพงๆ ซะอีก

ลุงช้างกำลังเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้า


คุณลุงคุณป้าทั้งสองบอกว่า แม้ว่าสมัยนี้ค่าครองชีพจะสูง แต่ก็อยากขายข้าวถูกๆ เพราะมองว่าเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คนขายอยู่ได้ คนกินก็อยู่ได้ ด้วยว่าเปิดร้านขายอาหารที่หน้าบ้าน จึงไม่มีค่าเช่า แม้ว่าจะได้กำไรน้อย แต่เน้นขายได้มาก กำไรก็จะมากตาม มีลูกค้าเข้ามาสม่ำเสมอเหมือนญาติมิตร ส่วนวัตถุดิบที่นำมาทำอาหาร ก็เป็นของดีมีคุณภาพ ปริมาณอาหารก็เหมาะสมกับราคา ปรุงจานต่อจาน สดใหม่ทุกวัน

สำหรับเมนูเด็ดของร้านนี้ เป็นอาหารตามสั่ง เช่น ผัดซีอิ๊ว ผัดไทย ผัดกะเพราราดข้าว ผัดเครื่องแกงราดข้าว ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า เป็นต้น ทุกอย่างจานละ 10 บาท ยกเว้นมีไข่ดาวที่เพิ่มอีก 5 บาท หรือสั่งพิเศษราคาจานละ 20 บาท ส่วนน้ำแข็งและน้ำดื่มฟรี แต่ละวันสามารถขายได้ไม่ต่ำกว่า 150 จาน เรียกว่าลุงช้าง-ป้ารมณ์เป็นขวัญใจของผู้คนในย่านนี้จริงๆ เพราะอิ่มท้องอิ่มใจกันทั่วหน้า

5. ร้าน ป้าอ๋อย-ลุงหมึก จ.ราชบุรี

ไปราชบุรี อย่าลืมแวะชิม

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ซอยชุมชนวัดมหาธาตุ ถ.เพชรเกษม ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี มีเจ้าของร้านชื่อว่า อ้อย ทับทิม หรือ 'ป้าอ๋อย' และ วันชัย คุณเจริญ หรือ 'ลุงหมึก' ทั้งสองขายอาหารราคาถูก 10 บาท และให้ปริมาณมาก จานเดียวก็อิ่มสุดคุ้ม ขายมานานกว่า 15 ปี

ทั้งสองสามีภรรยาคู่นี้บอกว่า ที่มาเปิดร้านขายอาหารถูกก็เพราะยึดหลักตามแนวพระราชดำรัสของในหลวง แบบเศรษฐกิจพอเพียง เข้าใจถึงความยากจนที่ตนเองเคยได้ประสบมาเมื่อครั้งหนุ่มสาว ที่ต้องออกไปรับจ้างทุกอย่าง เป็นผู้ใช้แรงงานขั้นต่ำ ทั้งตักส้วม ขนน้ำ ทำมาหมด ดิ้นรนต่อสู้จนมีเงินทุนสำรองมาสร้างตัว

จานนี้ 10 บาทเองนะ


ลูกค้าประจำของที่นี่ ส่วนใหญ่เกิดจากปากต่อปาก เขาได้กินอาหารคุณภาพดี ราคายุติธรรม กินอิ่ม เขาก็กลับมากินที่นี่อีก ทั้งสองให้ปริมาณอาหารมากกว่าราคาขายโดยไม่หวังผลกำไร เพียงแค่ให้พอมีรายได้ คือ คนกินและคนขายได้เหมือนกัน

ป้าอ๋อยกำลังทำอาหาร


ป้าอ๋อยบอกว่าจะขายอาหารตามสั่งในราคา 10 บาท ไปจนกว่าจะทำไม่ไหว เพราะมีความสุขมากกับการทำอาชีพนี้ แม้ว่ารายได้จะไม่มากเหมือนคนอื่นเขา แต่มีความสุขที่ได้เดินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ส่วนเมนูอาหาร ได้แก่ ผัดกะเพรา ไก่กระเทียม ผัดซีอิ๊ว ราดหน้า ก๋วยเตี๋ยวไก่-เป็ด ถ้ามีไข่ดาวเพิ่มอีก 5 บาทเท่านั้น ใครแวะเวียนไปแถวราชบุรี อย่าลืมไปอุดหนุนกันนะจ๊ะ

6. ร้านวิเชียรก๋วยเตี๋ยว จ.ขอนแก่น

ก๋วยเตี๋ยวหมู-เนื้อน้ำตก ชาม 20 บาท


ร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกถนนหน้าเมืองตัดกับถนนเหล่านาดี อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีเจ้าของร้านชื่อ เดือน สุดชู ร้านนี้ถือเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อขวัญใจของเด็กและผู้ใหญ่ในย่านนี้ โดยเฉพาะนักเรียนระดับประถมและมัธยมที่มาเรียนพิเศษในแถบนี้ ก็มักจะฝากท้องกับร้านนี้แทบทั้งนั้นเพราะขายถูกแค่ชามละ 20 บาท พิเศษ 30-40 บาท (เมื่อก่อนชามละ 10 บาท เพิ่งมาขึ้นราคาเมื่อปีที่แล้ว)

จุดเด่นของที่นี่คือเขาขายกันตั้งแต่หกโมงเช้าถึงหกโมงเย็น ไม่มีวันหยุด ขายมานาน 15 ปีแล้ว ลูกค้าต่างติดใจในรสชาติ ราคา และความสะอาด

ลูกค้าแน่นเต็มร้านทุกวัน


เจ้าของร้านบอกว่า การทำร้านขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ต้นทุนมาแพง ทั้งวัตถุดิบเนื้อและลูกชิ้น รวมถึงเส้นก๋วยเตี๋ยว ขึ้นราคาทุกชนิด แต่เธอก็ยังอยากขายในราคาถูก เพราะเห็นใจลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษา และวัยรุ่นที่เพิ่งจะเริ่มมีงานทำ และมองว่าถ้าขายราคาถูก ทำให้คนทุกระดับเดินเข้ามากินก๋วยเตี๋ยวดีๆ ได้

สำหรับเมนูเด็ดของร้าน คือ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำตก-หมูน้ำตกรสชาติจี๊ดจ๊าด แซ่บโดนใจ เพราะใส่พริกและปรุงรสมาให้แล้วในชาม (ใครไม่ทานเผ็ดต้องบอกแม่ค้าว่าไม่ใส่พริก) มีทั้งเส้นหมี่ เส้นเล็ก เส้นใหญ่ บะหมี่ ให้เลือก นอกจากนี้ยังมีข้าวราดแกง 1 อย่าง 10 บาท อีกด้วย ส่วนน้ำเปล่าดื่มฟรี ทั้งถูกทั้งอร่อยแบบนี้ ฟินได้ใจจริงๆ

7. ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูแดง จ.สตูล

ก๋วยเตี๋ยวหมูแดง 

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ถนนสายเขาจีน หมู่ 4 ในเขตเทศบาล ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล จ.สตูล เป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวหมูแดงราคาเดียวเพียงชามละ 10 บาท ขวัญใจคนจน ยุคข้าวยากหมากแพงอีกร้านหนึ่งในเมืองไทย

เพ็ญ วงศ์เทเวศ เจ้าของร้านบอกว่า ร้านนี้ทำสืบทอดต่อจากคุณแม่ โดยขายก๋วยเตี๋ยว 10 บาทนี้มา 20 กว่าปีแล้ว แม้ว่าต้นทุนอย่างเนื้อหมูจะมีราคาสูงขึ้น แต่ก็ไม่คิดขึ้นราคาก๋วยเตี๋ยวเหมือนร้านอื่นที่ขายกัน 40บาท เพราะสงสารคนยากคนจน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน นักศึกษา และผู้มีรายได้น้อย แม้ว่าจะได้กำไรเพียงชามละ 3บาทก็ยังจะขายราคานี้ เพราะเด็กบางคนก็คงสู้อาหารราคาแพงๆ ไม่ไหว

ขายชามละ 10 บาทเท่านั้น

สำหรับเมนูเด็ดของร้านก็คือก๋วยเตี๋ยวน้ำหมูแดง มีทั้งเส้นเล็ก เส้นใหญ่ บะหมี่ ให้เลือกทาน ส่วนน้ำดื่มน้ำแข็งก็มีให้ดื่มฟรีๆ ลูกค้าบางคนบอกว่ากินชามเดียวก็อิ่ม และกินมานานตั้งแต่เปิดร้านในยุคแรกๆ โดยเปิดร้านตั้งแต่ 6 โมงเช้าจนถึงหกโมงครึ่งในตอนเย็น เรียกว่าเป็นแม่ค้าที่น่ารัก ใจบุญ ได้ใจชาวสตูลไปเต็มๆ

8. ร้าน เจ๊ตุ้ม จ.ราชบุรี

เจ๊ตุ้มตักกับข้าวขายถูกๆ 

อีกหนึ่งร้านอาหารที่สวนกระแสยุคข้าวยากหมากแพง คือ ร้านเจ๊ตุ้ม ตั้งอยู่ในซอยชุมชนสันคู เขตเทศบาลเมืองราชบุรี จ.ราชบุรี ที่นี่เป็นร้านขายข้าวแกง 10 บาท ที่ครองใจนักชิมย่านนี้มานาน 16 ปีแล้ว โดยมีป้ายหน้าร้านโดดเด่นเขียนว่า 'อร่อยอย่างแรง ขายแพงไม่เป็น ทุกอย่าง 10 บาท'

เจ๊ตุ้ม หรือ สุดธิษา เสาหงส์ เจ้าของร้านบอกว่า ไม่เคยคิดจะขึ้นราคา เพราะเป็นการช่วยเหลือชาวบ้านด้วยกัน แต่อาศัยขายเยอะๆ เอาปริมาณ ก็พอมีกำไรไปเลี้ยงดูครอบครัวได้ ซึ่งคนที่ช่วยขายในร้านก็เป็นลูกหลาน เปิดร้านตั้งแต่ตีห้าครึ่งจนถึงบ่ายสามโมง ขาย 6 วัน หยุดทุกวันอาทิตย์

ข้าวแกง จานละ 10 บาทเท่านั้น


สำหรับเมนูเด่นๆ ของร้าน ได้แก่ ผัดเผ็ดหมูป่า ผัดกะเพราหมู ผัดเผ็ดปลาดุก ผัดขิง ข้าวคลุกกะปิ ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ก๋วยเตี๋ยว ถ้าสั่งไข่ดาวเพิ่มอีก 5 บาท เธอบอกว่าขายราคานี้ได้กำไรเพียงจานละ 1 บาท แต่ก็จะทำต่อไปจนกว่าจะขายไม่ไหว ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักเรียนและกลุ่มคนทำงาน นอกจากนี้ เจ๊ตุ้มยังรับทำข้าวห่อด้วย ทำไม่ต่ำกว่า 3,000 ห่อต่อวัน ในราคา 10 บาทเช่นกัน น่ารักขนาดนี้ เป็นขวัญใจของชาวราชบุรีไปโดยปริยาย

9. ร้านเดอะชัยนาท จ.ชัยนาท

พ่อค้าร้านโจ๊ก 9 บาท


ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ถนนชัยณรงค์ ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.ชัยนาท เป็นร้านขายโจ๊กหมูในราคาย่อมเยาเพียง 9 บาทเท่านั้น เพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นานแต่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างล้นหลาม

พลศาสตร์ พรหมฟัง เจ้าของร้านบอกว่า เห็นเศรษฐกิจในทุกวันนี้ไม่สู้ดี จึงเกิดไอเดียเปิดร้านขายโจ๊กหมู ราคา 9 บาทขึ้น เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ก็คือกลุ่มคนดังกล่าว ร้านนี้เปิดตั้งแต่เวลาหกโมงครึ่งจนถึงช่วงสิบโมงเช้า หรือจนกว่าของจะหมด

ขายโจ๊กทุกเช้า 06.30 - 10.00 น.

นอกจากราคาที่คุ้มค่าสำหรับทุกเพศทุกวัยแล้ว รสชาติยังอร่อยอีกด้วย เมนูเด็ดก็คือ โจ๊กหมู และโจ๊กหมูใส่ไข่ ถ้าใส่ไข่เพิ่มฟองละ 5 บาท ถ้าสั่งพิเศษราคาชามละ 15 บาทเท่านั้น ตอนนี้ที่ร้านเต็มไปด้วยลูกค้าขาประจำ และลูกค้าหน้าใหม่ เข้ามาอุดหนุนกันอย่างไม่ขาดสาย เป็นอีกหนึ่งร้านอร่อย ราคาประหยัด ที่ได้ใจคนไทยไปเต็มๆ

เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับ 9 ร้านอาหารราคาถูกทั่วไทย ใครไปเที่ยวหรือผ่านไป อย่าลืมลองแวะทานกันนะครับผม 



ที่มา www.thairath.co.th


วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2558

รถมีกลิ่นเหม็น! จะกำจัดกลิ่นเหล่านั้นอย่างไรง่ายนิดเดียว แถมไม่เสียเงินซักบาท




 กลิ่นเหม็นหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในรถดูจะเป็นสิ่งที่คนใช้รถคงไม่ชอบและไม่อยากเจอ เพราะกลิ่นเหม็นจะทำให้การเดินทางเป็นเรื่องแย่ไปในทันที่ ไหนจะการจราจรที่ติดขัด ไหนจะคนขับรถคนอื่นขับรถไม่ดี ยังต้องมาเจอกลิ่นเหม็นอีก แต่ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปเพราะความรู้เรื่องรถที่เรา  นำมาฝากในวันนี้นั่นคือ รถมีกลิ่นเหม็นจะกำจัดกลิ่นเหล่านั้นอย่างไรง่ายนิดเดียว แถมไม่เสียเงินซักบาท

โดยเริ่มแรกเราจะต้องตามหาที่มาของกลิ่นเหม็นเหล่านั้นในรถเสียก่อน ซึ่งหลักๆแล้วกลิ่นเหม็นจะมีที่มา 2 ที่นั่นก็คือ กลิ่นจากแอร์และกลิ่นภายในรถเองซึ่งจะมีวิธีกำจัดกลิ่นที่แตกต่างกัน

         กลิ่นเหม็นที่มาจากภายในรถ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นเบาะผ้าหรือเบาะหนังและพรม เมื่อรถคุณมีกลิ่นเหม็นจากสิ่งเหล่านั้นต้องรีบทำความสะอาดโดยด่วน ด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ นำมาเช็ดบริเวณที่มีกลิ่นให้ทั่วแล้วจึงนำรถไปจอดตากแดดเปิดกระจกหรือประตูทิ้งไว้ประมาณ 1-2ชม.ก็จะสามารถกำจัดกลิ่นภายในรถได้ นอกจากนี้แล้วเรายังสามารถดับกลิ่นเหม็นได้ด้วยการนำน้ำส้มสายชูใส่แก้วตั้งทิ้งไว้ในรถประมาณ 1-2 ชั่วโมงอีกด้วย

สำหรับกลิ่นเหม็นที่มาจากช่องแอร์ โดยส่วนมากจะเกิดขึ้นหลังจากที่เราทำการสตาร์ทรถแล้วเปิดแอร์ ซึ่งวิธีแก้ไขก็ไม่ยากเพียงแค่เราทำการเปิดพัดลมแอร์ทิ้งไว้โดยปิดส่วนที่ทำความเย็นก่อนดับเครื่องประมาณ 4-5 นาที ก็จะสามารถไล่กลิ่นเหม็นออกจากบริเวณท่อแอร์ได้แล้ว

          แต่ถ้าลองวิธีที่เราแนะนำไปแล้วยังมีกลิ่นอยู่อาจจะต้องนำรถเข้ารับบริการล้างรถ หรือเปลี่ยนพรม, ผ้าหรือหนังของเบาะ เพื่อให้กลิ่นเหล่านั้นหายไป 100% ก็ได้ครับ สำหรับเกร็ดความรู้เรื่องการดูแลรถที่เรานำมาให้ชมกันในวันนี้คงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ไม่น้อย ในครั้งต่อไปจะเป็นเรื่องอะไรนั้นก็ต้องติดตามกันให้ดีดีที่นี่นะครับ history-onlinee.blogspot.com


ที่มา boxzaracing.com

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558

รู้ไว้ใช่ว่า! มะนาว+มะกรูด ดูดน้ำตาล ลดเบาหวาน




สวัสดีครับวันนี้ทาง เรื่องเด่นออนไลน์น่ารู้ วันนี้จะมาแนะนำสมุนไพรบ้าน ๆ ง่ายๆ  คือ มะนาว+มะกรูดดูดน้ำตาล ลดเบาหวาน มาช่วยลดระดับค่าน้ำตาลในเลือดที่มีผลต่อโรคเบาหวาน มาแนะนำให้ท่านๆ ทดลองกัน

 น่าตกใจไม่น้อยที่สถิติจากกระทรวงสาธารณสุขออกมาว่า คนไทยป่วยเป็น เบาหวาน  มากถึง 3.5 ล้านคน แล้วเมื่อถามถึงวิธีการรักษา คงหนีไม่พ้นการต้องทนทานยาเพื่อบรรเทาอาการและควบคุมค่าต่างๆ ภายในร่างกายต่อเนื่องไปตลอดชีวิต

มาดูวิธีการทำกันนะครับโดย เริ่มที่คั้นนำจาก มะนาว 2 ผล และ มะกรูด 1 ผล แล้วนำน้ำที่คั้นได้มาผสมกัน ทานทุกวันหลังอาหารเย็น ติดต่อกันอย่างน้อย 15 วัน จากนั้นลองเช็ดน้ำตาลในเลือดดูจะรู้ว่าลดไปได้จริงๆ

ปโรงพยาบาลครั้งต่อไป คุณหมออาจตกใจกับผลน้ำตาลของคุณก็เป็นได้
      

ลองดูก็ไม่เสียหายนะจ๊ะ บางคนที่เป็นโรคเบาหวาน หรือน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปรกติ ก็ควรลองทานดู ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะมันเป้นสมุนไพร ที่เรากิน หรือทานกันอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว บางทีรักษาโรคด้วยสมุนไพร อาจได้ผลก็ได้นะครับ




วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ไม่อยากสูดแต่เชื้อโรคอ่านด่วน! แอร์รถยนต์…ดูแลอย่างไรให้ ‘อึด-ทน’







ระบบปรับอากาศ (แอร์รถยนต์) ถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในบ้านเราที่เดี๋ยวนี้ มีแต่ฤดูร้อนนิดหน่อย-ร้อนลิ้นห้อย-ร้อนตับแลบ นอกจากนั้นยังมีผลต่อระบบหายใจของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เนื่องจากต้องสูดดมอากาศที่ไหลเวียนผ่านระบบแอร์รถยนต์อยู่ตลอดเวลาเมื่ออยู่ในรถ โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าอาจจะเต็มไปด้วย เชื้อโรคก็เป็นได้ วันนี้ รู้ก่อนเหยียบจึงขอนำเสนอวิธีการใช้งานระบบแอร์รถยนต์อย่างถูกต้องปลอดภัยทั้งตัวคุณ รวมทั้งยังยืดอายุระบบแอร์ให้ทนทานอยู่คู่รถไปอีกนานแสนนานมาฝาก

ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ทุกครั้ง ควรปิดสวิตช์ควบคุมคอมเพรสเซอร์ ( A/C) เพื่อไม่ให้คอมเพรสเซอร์ เป็นตัวฉุดกำลังขณะสตาร์ท เมื่อสตาร์ทและวอร์มอัพจนเครื่องยนต์อยู่ในอุณภูมิพร้อมใช้ ควรเปิดแอร์โดยใช้ความเร็วพัดลมสูงก่อน เพื่อเป็นการไล่ความร้อนในระบบแอร์ จากนั้นเปิดสวิช์ A/C และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ หากรู้สึกว่าเย็นเกินไป ให้ปรับอุณหภูมิสูงขึ้น แทนการใช้วิธีหันช่องแอร์หนีเพราะจะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักโดยไม่จำเป็น

ก่อนถึงจุดหมายปลายทางประมาณ 510นาที ให้ปิดสวิตซ์A/C และเปิดพัดลมไปที่ความเร็วสูงสุด ทั้งนี้เพื่อลดการทำงานคอมเพรสเซอร์และไล่ความชื้นออกจากคอล์ยเย็นไม่ให้สะสมจนเกิดเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของกลิ่นอับ จากนั้นจึงปิดพัดลมแล้วดับรถยนต์




เทคนิคควรรู้

- ไม่ควรนำน้ำหอมชนิดที่เป็นแบบมีแอลกอฮอลเป็นส่วนประกอบ ไปเสียบไว้หน้าช่องแอร์ เพราะจะทำให้ตู้แอร์ผุกร่อนเร็วขึ้น

- เมื่อนำรถจอดตากแดดเป็นเวลานานๆ ก่อนใช้รถควรเปิดลมเปล่าให้แรงสุด(ปิดสวิตซ์ A/C) เพื่อไล่ความร้อนที่มีอยู่ในระบบแอร์ออกเสียก่อน แล้วจึงค่อยเปิดน้ำยาแอร์ (เปิดสวิตซ์ A/C)

- ก่อนจอดรถทิ้งไว้นานๆ เช่น จอดข้ามคืน ควรเปิดลมเปล่าให้แรงสุด(ปิดสวิตซ์ A/C) ประมาณ 5 นาที เพื่อไล่ความชื้น ไล่น้ำ ที่ค้างอยู่ในตู้แอร์ออกก่อน เพราะตู้แอร์ทำจากอลูมิเนียม จะเกิดการผุกร่อนได้ง่าย และจะทำให้ตู้แอร์ลดการเหม็นอับอีกด้วย

- จงจำไว้เสมอว่า ระบบแอร์ เป็น ระบบปิดดังนั้นเมื่อรถคุณเติมน้ำยาแอร์บ่อยๆ แสดงว่าเกิดการรั่วของระบบแอร์ในรถของคุณแล้ว

- ไม่ควรเปิดกระจกขับรถบ่อย เพราะจะทำให้ฝุ่นละอองจากภายนอก เข้ามาอุดตันในตู้แอร์ได้เร็วยิ่งขึ้น

- เมื่อแอร์ไม่เย็นให้รีบปิด น้ำยาแอร์หรือ สวิตซ์ A/C ทันที เพื่อเป็นการป้องกัน คอมเพรสเซอร์เสียหาย แล้วรีบนำรถไปตรวจเช็ค โดยยังสามารถใช้ลมเปล่าได้

- ควรล้างตู้แอร์ ทุกๆ 2 ปี แต่ถ้าชอบเปิดกระจกขับรถบ่อย ๆ ให้ล้างทุก ๆ ปี หรือตามเห็นสมควร อย่างไรก็ตามสำหรับรถรุ่นใหม่ ๆ ที่มีกรองแอร์ และเจ้าของดูแลทำความสะอาด-เปลี่ยนอยู่สม่ำเสมอ สามารถยืดอายุออกไปได้อีก

- เมื่อมีเหตุจำเป็นที่ต้องเปิดกระจกขับรถ ควรปิดช่องแอร์บริเวณคอลโซลหรือจุดที่แอร์ออกให้หมดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ฝุ่นเข้าไปในระบบแอร์น้อยที่สุด

เพียงแค่ดูแลรักษาระบบแอร์รถยนต์ให้ถูกวิธี สามารถช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยืนยาวขึ้น แถมช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกด้วย




คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ โดย "ช่างเอก..."
ที่มา : เดลินิวส์